องคมนตรีประชุมติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนกันยายน 2563

วันที่ 10 กันยายน 2563 เวลา 09.00 น. นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมการประชุมมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนกันยายน 2563 ณ ห้องประชุมกัลปพฤกษ์ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังผลความก้าวหน้าของส่วนราชการที่ร่วมดำเนินงานสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวม ตามพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในการประชุมครั้งนี้ องคมนตรีได้เป็นประธานในการประกอบพิธีมอบโล่แก่บุคลากรผู้เกษียณอายุของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำปี 2563 รวมจำนวน 14 คน จากนั้นได้รับฟังรายงานความคืบหน้าการอบรมหมอดินอาสาประจำตำบล หมู่บ้าน และสร้างการรับรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ในโรงเรียน ของศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง รวมทั้งการสนับสนุนสารอินทรีย์ พด.2 และ พด.7 แก่เกษตรกร เพื่อลดการใช้สารเคมีตามนโยบายของมูลนิธิโครงการหลวง การสนับสนุนการปลูกหญ้าแฝกเพื่อฟื้นฟูและป้องกันการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง รวม 9 ล้านกล้า ตามแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้รายงานผลความคืบหน้าการวิจัยผลิตภัณฑ์ที่ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยพายัพ จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ครีมป้องกันผื่นผ้าอ้อม ซึ่งมีส่วนประกอบของ น้ำมันอาโวคาโด น้ำมันงาขี้ม้อน และน้ำมันรำข้าว โทเทิล ไวท์ คาเทชิน เซรั่ม ซึ่งมีส่วนประกอบของ สารสกัดคาเทชินจากเมี่ยงหมัก และ บาล์มบำรุงหัวนมมารดา โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หรือ สวพส. จะส่งมอบผลงานวิจัยนี้แก่มูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งจะนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อทดลองตลาดต่อไป

  

นอกจากนี้ มูลนิธิโครงการหลวงยังมีความร่วมมือจาก ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เพื่อพัฒนากลไกขับเคลื่อนการจัดสวัสดิการสังคมในชุมชน โดยได้จัดทำแผนพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมในชุมชน ระยะ 5 ปี และแผนจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาอาชีพแก่ชุมชนโครงการหลวง สำนักงาน ปปส. ภาค 5 และภาค 6 ดำเนินการอบรม เฝ้าระวังปัญหายาเสพติดแก่ราษฎรในพื้นที่โครงการหลวง ในปีงบประมาณ 2563 มีผลการตรวจสารเสพติดในผู้สมัครใจ รวม 1,214 คน มีจำนวนผู้ไม่ผ่าน 7 คน และปีงบประมาณ 2564 จะยกระดับสู่มาตรฐาน “สถานประกอบการสีขาว” นอกจากนี้ยังดำเนินการส่งเสริมความเข้มแข็งแก่เยาวชนชนเผ่า ให้มีทักษะชีวิต ป้องกันฝิ่นและยาเสพติด ภายใต้โครงการ SAVE ZONE เยาวชนปกาเกอะญอคนรุ่นใหม่ ไม่ใช้ยาเสพติด ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก พร้อมจัดทำโครงการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดพื้นที่พิเศษตอนใน ภายใต้ความร่วมมือของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3

สำหรับการดำเนินงานของโครงการหลวงในระยะต่อไปนั้น ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูงสู่ความยั่งยืน เกิดผลต่อยอดมายังประชาชนบนพื้นราบ และเป็นแบบอย่างการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ชาวโลก จากปี 2563 สู่ ปี 2564 โครงการหลวงได้พัฒนาพันธุ์พืช และสัตว์ ที่ขึ้นทะเบียนพันธุ์แล้ว 8 ชนิด 14 พันธุ์ องค์ความรู้จากการวิจัยหลากหลายทั้ง พืชผัก ผลไม้ ดอกไม้ พืชไร่ และสัตว์ ได้นำไปสู่เกษตรกรเป็นอาชีพ และพัฒนาสู่การสร้างนวัตกรรมจากผลงานวิจัย โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิจัยและพัฒนาชุดพาสเจอร์ไรส์ และชุดผลิตเคิร์ดระบบกึ่งอัตโนมัติ สำหรับผลิตเฟต้าชีส เพื่อลดปัญหาการใช้แรงงานและระยะเวลาในการผลิตที่นาน และได้ผลไม่สม่ำเสมอ ขณะนี้ผลการวิจัยก้าวหน้าไปกว่าร้อยละ 90 จากต้นกล้ากาแฟอาราบิก้าพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทำให้กาแฟแพร่ไปทุกดอยในประเทศไทย โครงการหลวงได้ดำเนินการทดสอบคุณภาพการชงชิมกาแฟ อาราบิก้าจากแหล่งผลิตเฉพาะ 9 แหล่ง ได้กาแฟเฉพาะถิ่นคุณภาพที่ออกสู่ตลาดแล้ว 6 แหล่ง ได้แก่ กาแฟ แม่ลาน้อย ห้วยโป่ง แม่สะลอง ห้วยน้ำขุ่น ป่าเมี่ยง และอ่างขาง และยังมีการดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอื่น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภค เช่น ชาจากเปลือกกาแฟ ชาไทยชนิดผง เครื่องดื่มโปรตีนและกาแฟผสมธัญพืช ส่งเสริมการออกแบบหัตถกรรมชนเผ่าในพื้นที่โครงการหลวงให้ทันสมัย เข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ เพื่อสนองความต้องการและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า