การประชุมติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนสิงหาคม 2563 

วันที่ 14 สิงหาคม 2563 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปร่วมประชุมมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนสิงหาคม 2563 ณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังผลความก้าวหน้าของการดำเนินงานในส่วนงานของมูลนิธิโครงการหลวงและหน่วยงานร่วมบูรณาการ ประกอบด้วย การรายงานผลความก้าวหน้าการอบรมหมอดินอาสาประจำตำบล หมู่บ้านเพื่อสร้างการรับรู้ด้านการพัฒนาที่ดินของศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง การสนับสนุนสารอินทรีย์ พด.2 และ พด.7 เพื่อลดการใช้สารเคมี การผลิตหญ้าแฝก เป้าหมายแจกจ่ายในปี 2563 รวม 3 ล้านกล้า จากความสำเร็จของโครงการหลวงทำให้ชุมชนหลายแห่งต้องการให้โครงการหลวงเข้าไปช่วยเหลือ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง หน่วยงานที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อนำรูปแบบโครงการหลวงไปขยายผล ขณะนี้มีพื้นที่ดำเนินการ ครอบคลุม 18 จังหวัด 2065 กลุ่มบ้าน ประชากรเกือบ 6 แสนคน ได้วางแผนการขยายความช่วยเหลือและขยายผลสำเร็จของโครงการหลวงไปสู่พื้นที่อื่นในลักษณะพื้นที่เยี่ยมเยียนและเครือข่ายการพัฒนา นอกจากนี้ โครงการหลวงยังมีความร่วมมือจาก สำนักงาน ปปส. ภาค 5 ในการอบรมเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด และจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

  

ในด้านการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตนั้น โครงการหลวงได้จัดทำโรงเรือนสาธิตการเพาะเห็ดโดยใช้ระบบ Evaporation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเห็ด  เนื่องจากในฤดูร้อนอุณหภูมิสูงไม่สามารถเพาะเห็ดในโรงเรือนได้ พบว่าการควบคุมอุณหภูมิในระบบปิดนี้สามารถลดอุณหภูมิ 10-12 องศาเซลเซียส และเพิ่มความชื้นในโรงเรือนได้ถึง  40-50 % ในเวลา 10 นาที ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตกจึงได้นำระบบนี้ไปเพาะเห็ดหลินจือ พบว่าเห็ดเจริญเติบโตได้ดี และพบก้อนเห็ดเสียน้อยมาก

ในบ่ายวันเดียวกัน องคมนตรีได้เดินทางไปเป็นประธานในกิจกรรมปลูกป่า เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยผู้มีร่วมกิจกรรมเกือบ 1,000 คน หลังจากประกอบพิธีถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ ถวายพระพรชัยมงคล  ประธานในพิธีได้มอบกล้าไม้แก่ผู้แทนหน่วยงาน ผู้นำชุมชน และนักเรียน  ได้แก่ สัก เพกา ทองกวาว มะขามป้อม ประดู่ เพื่อนำไปปลูกเป็นแนวรั้ว แนวบังลม ขอบแปลงเกษตร บ้านห้วยม่วง หมู่ 10 ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย รวมกล้าไม้ 5,910 ต้น ก่อนเดินทางกลับ องคมนตรีได้ปลูกต้นรวมผึ้ง และรับฟังรายงานการใช้พื้นที่ ด้วยชุมชนมีแนวโน้มการใช้ประโยชน์ที่ดินไม่เหมาะสม มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยไม่มีพืชปกคลุมหน้าดิน เสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดิน มูลนิธิโครงการหลวงจึงส่งเสริมการปลูกป่าแบบผสมผสาน ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูระบบนิเวศน์  และมีแผนการวิจัยเพื่อปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้อยู่ภายใต้ระบบวนเกษตร กรณีศึกษา:ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน โดยคัดเลือกพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดำเนินการเป็นพื้นที่ต้นแบบ อาศัยแนวคิดการปลูกป่าเศรษฐกิจ ป่าในระบบวนเกษตร ป่าแบบผสมผสาน เพื่อสร้างรายได้ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว นำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน มีระยะเวลาการวิจัย 3 ปี เกษตรกรนำร่อง 10 ราย ๆ ละ 2 ไร่ ส่งเสริมการปลูกพืชตามโมเดล 6 รูปแบบ คือ กาแฟสร้างป่า ป่าแนวรั้วบังลม ป่าวนเกษตรพืชไร่สลับแถบ ป่าไม้ผลผสมผสาน ป่าไม้ผลสลับแถว และการปลูกไม้ป่า 100 % ชนิดพืชที่ปลูก 4 ประเภท คือ ไม้ประธาน ได้แก่  ซิลเวอร์โอ๊ค นางพญาเสือโคร่ง  มะขามป้อม ไม้ผล ได้แก่ อาโวคาโด กาแฟ พืชไร่ ได้แก่ ถั่วแดงหลวง ให้ปกคลุมพื้นที่ในปีแรก และสมุนไพร ได้แก่ ลิงลาว ขมิ้น  กระชาย กระชายดำ ขณะนี้ทุกแปลงปลูกต้นไม้ทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลทางสังคม และต้นทุนด้านเศรษฐกิจของครัวเรือน