องคมนตรีประชุมติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำเดือนตุลาคม 2562

วันที่ 17 ตุลาคม 2562 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมมูลนิธิโครงการหลวง ณ ห้องประชุมดอยคำ อาคารฝึกอบรม สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 100 คน

การประชุมครั้งนี้ ได้มีการประกอบพิธีมอบโล่ให้แก่บุคลากรผู้เกษียณอายุของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำปี 2562 จำนวน 14 คน จากนั้นได้ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงาน โดยแนวทางการทำงานของโครงการหลวง ได้ให้ความสำคัญกับคนและสิ่งแวดล้อมตามพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 9 ตลอดระยะเวลา 50 ปี ในการส่งเสริมพืชผลแก่เกษตรกร ต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อหาพันธุ์พืชที่นอกจากจะเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมบนพื้นที่สูงแล้ว ยังต้องพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตพืชให้ได้มาตรฐานปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลายสิบปีที่ผ่านมา โครงการหลวงมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชีวภัณฑ์ป้องกันการกำจัดศัตรูพืช เพื่อทดแทนการใช้สารเคมี ปัจจุบันได้ผลิตชีวภัณฑ์ รวม 12 ชนิด แบ่งเป็น ชีวภัณฑ์ในการกำจัดโรคพืช 5 ชนิด กำจัดแมลง 7 ชนิด และมีสารชีวภัณฑ์ 3 ชนิด ได้แก่ ปุ๋ยหมักไตรโคเดอร์ม่า น้ำหมักสมุนไพร และเชื้อรากำจัดแมลง ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตใช้เองในพื้นที่ เนื่องจากขั้นตอนไม่ยุ่งยาก และยังช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร ปริมาณการผลิตในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา โรงชีวภัณฑ์ของโครงการหลวงสามารถผลิตชีวภัณฑ์ให้แก่เกษตรในพื้นที่กว่า 5,000 ราย ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้มาก ทำให้เห็นว่าเกษตรกรชาวเขาในพื้นที่ของโครงการหลวง มีความตระหนักในการดูแลรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต และในขณะนี้โครงการหลวงยังได้เริ่มการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบสารเคมีอันตรายที่จะตกค้างในผลผลิตของโครงการหลวง ที่รัฐบาลประกาศยกเลิกการใช้ในประเทศแล้วจำนวน 3 ชนิดคือ พาราควอต-คลอร์ไพรีฟอส-ไกลโฟเซต และยังได้พัฒนาชีวภัณฑ์ชนิดใหม่เพื่อใช้ล่อแมลงศัตรูพืชที่มาทำลายผลลิต ได้แก่ ฟีโรโมนล่อแมลงศัตรูพืช ซึ่งคาดว่าก็จะส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ในปี 2563 นี้ และยังมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยในด้านการพยากรณ์ สภาพดินฟ้าอากาศเพื่อให้นักวิจัย นักส่งเสริม รวมทั้งเกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวง สามารถใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ และวางแผนการปลูกพืช นอกจากข้อมูลที่ได้รับจากสถานีอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือแล้ว โครงการหลวงได้ประดิษฐ์เครื่องตรวจวัดอากาศแบบส่งข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งทดลองติดตั้งในพื้นที่ดำเนินงานวิจัยและส่งเสริมหลักนำร่อง 4 แห่ง เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรผัน การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่มีผลกระทบต่อพืชผัก โดยจะได้ขยายต่อไปในพื้นที่ต่าง ๆ ของโครงการหลวง นอกจากนี้ยังมีการอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ และเกษตรกรในพื้นที่เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป



สำหรับในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึง โครงการหลวงได้จัดทำชุดชา 50 ปี โครงการหลวง แก่ผู้ที่รักในสุขภาพ และชอบดื่มชา นอกจากมั่นใจได้ว่าได้ดื่มชาที่ปลอดภัยไม่มีสารพิษ ให้ประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนผลผลิตที่ปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนฝิ่นของเกษตรกรชาวเขา ให้ประชาชนได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีต่อเกษตรกรชา ที่เคยปลูกทำฝิ่น เปลี่ยนมาเป็นการเพาะปลูกชามากว่า 50 ปี ชุดชาของปีใหม่นี้ ประกอบด้วย ชาชุด เอราวัณเงิน บรรจุ ชาอู่หลง ผสม ดอกดาวเรือง กลิ่นรวงผึ้ง และชุดเอราวัณทอง คือชาดำอัสสัม ผสม ดอกคำฝอย กลิ่นดอกปาริชาติ นอกจากนี้ยังมี ชุดกระเช้าของขวัญเติมพลังใจ เพิ่มพลังกาย ชุดปันความสุข ชุดเติมเต็มใจ ชุดข้าวกล้องโครงการหลวง และชุดของขวัญจากธรรมชาติ ได้แก่ ชุด รอยัล โปรเจค ทอยลิทรีส์ บ็อกซ์ – เวติเวอร์ และ ชุด รอยัล โปรเจค ทอยลิทรีส์ บ็อกซ์ - ลาเวนเดอร์ ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางไลน์@RoyalProject ช่องทางshopee หรือที่ร้านโครงการหลวงทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป