นับตั้งแต่ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2512 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวเขา ลดการปลูกฝิ่น และฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร ปัจจุบันโดยมีศูนย์พัฒนาโครงการหลวง รวม 39 แห่ง ครอบคลุม 6 จังหวัดภาคเหนือตอนบน กิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย การวิจัยเพื่อการประกอบอาชีพการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชนชาวเขา สนับสนุนการพึ่งตนเอง การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและการตลาด ตลอดจนร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการพัฒนาเชิงบูรณาการ

ในปัจจุบัน การแปรปรวนของภูมิอากาศ การเกิดสภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมทุกด้าน องค์การสหประชาชาติ จึงจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาคมโลก และกำหนดเป้าหมายลำดับที่ 13 เพื่อต่อสู้กับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและลดผลกระทบอย่างเร่งด่วน สำหรับประเทศไทย ได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาโลกร้อนและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งการพัฒนาไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ( องค์การมหาชน)และมหาวิทยาลัยมหิดล ริเริ่มโครงการวิจัยและพัฒนาชุมชนโครงการหลวงไปสู่ชุมชนคาร์บอนต่ำ เพื่อมุ่งพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาในระดับชุมชนโครงการหลวงให้ตื่นตัวและปรับตัว ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยลดกิจกรรมการดำรงชีวิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนาไปสู่สังคมที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ รวมทั้งสร้างขีดความสามารถการบริหารจัดการชุมชน ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและเกิดความยั่งยืนได้ในที่สุด ระยะแรก มีระยะการดำเนินงาน 3 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2559 -2561 ดำเนินงานร่วมกับชุมชนโครงการหลวง 12 แห่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของ 11 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ได้แก่ บ้านปางบง- ศูนย์ ฯป่าเมี่ยง บ้านป๊อก–ศูนย์ฯ ตีนตก บ้านเหล่า–ศูนย์ฯ ม่อนเงาะ บ้านห้วยน้ำกืน–ศูนย์ ฯ ห้วยโป่ง บ้านห้วยห้อม–ศูนย์ ฯ แม่ลาน้อย บ้านแม่ขนิลเหนือ–ศูนย์ ฯทุ่งเริง บ้านป่าเกี๊ยะ- ศูนย์ ฯ แม่แฮ บ้านห้วยข้าวลีบ–ศูนย์ ฯ แม่สะป๊อก บ้านขอบด้ง– สถานีฯ อ่างขาง บ้านหนองหล่ม–สถานี ฯ อินทนนท์ บ้านดง- ศูนย์ ฯ แม่ลาน้อย และบ้านหนองหอยเก่า– ศูนย์ ฯ หนองหอย

แผนการดำเนินงานตลอดโครงการ ประกอบด้วย การจัดทำมาตรฐานชุมชนบนพื้นที่สูงคาร์บอนต่ำ การเตรียมความพร้อมให้กับชุมชน เจ้าหน้าที่และหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยการดำเนินกิจกรรม และยกระดับการพัฒนาของชุมชนให้เข้าสู่มาตรฐานนั้นผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 4 มิติการพัฒนา ได้แก่

มิติที่ 1 การทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายมาตรฐานอาหารปลอดภัย
มิติที่ 2 การฟื้นฟู อนุรักษ์ป่าไม้ และความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่สูง
มิติที่ 3 การจัดการสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยชุมชนที่ดี 
มิติที่ 4 การสนับสนุนชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เอง

เกณฑ์การประเมิน จำนวน 19 เกณฑ์ 32 ตัวชี้วัด เช่น ด้านการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การทำเกษตรตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ การปลูกพืชแบบประหยัดน้ำ การปลูกข้าวนาน้ำน้อย การใช้เครื่องจักรกลที่เกษตรประหยัดพลังงาน ด้านการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ ได้แก่ การปลูกป่าชาวบ้าน ป่าต้นน้ำ และป่าใช้สอยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณพืช ขยายพันธุ์พืชท้องถิ่นและพืชหายากต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับชุมชน ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน ได้แก่ สุขอนามัยครัวเรือน สุขาภิบาลชุมชนที่ดี ปรับปรุงระบบการจัดการของเสีย โดยเฉพาะขยะมูลฝอย น้ำทิ้งจากครัวเรือน และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และการประหยัดพลังงานไฟฟ้า-เชื้อเพลิง ด้านพัฒนาทางสังคม ได้แก่ การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชน ตลอดจนร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด


จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนตลอดระยะ 3 ปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้การประเมินระดับการพัฒนาของชุมชนเทียบมาตรฐานของคณะทำงาน ในระหว่างเดือน พฤศจิกายน 2561 - มกราคม 2562 ได้รับผลการตรวจประเมินในระดับดีเยี่ยม 11 ชุมชน และดีมาก 1 ชุมชน ซึ่งคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะทำการมอบรางวัลชุมชนโครงการหลวงคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ให้แก่ชุมชนทั้ง 12 แห่ง ถือได้ว่ามูลนิธิโครงการหลวงเป็นหน่วยงานแรกที่เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อเป็นต้นแบบชุมชนบนพื้นที่สูง นอกจากนี้ยังคัดเลือกชุมชนโครงการหลวงอีก 9 แห่ง 9 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเข้าร่วมโครงการเพื่อวิจัยต่อยอดและปรับปรุงกระบวนการพัฒนาชุมชนคาร์บอนต่ำให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนบนพื้นที่สูงยิ่งขึ้น โดยมีแผนดำเนินงานถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2564