โครงการปรับปรุงและขยายพันธุ์ผัก มูลนิธิโครงการหลวง

งานพัฒนาและส่งเสริมการผลิตผัก

ผักเมืองหนาวเป็นพืชหนึ่งที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้แก่เกษตรกรชาวเขาปลูก เพื่อสร้างรายทดแทนการปลูกฝิ่น พันธุ์ผักเมืองหนาวหลายชนิดนำเข้ามาจากหลายประเทศ เพื่อนำมาปลูกทดสอบคัดเลือกพันธุ์/สายพันธุ์ที่สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของพื้นที่เพาะปลูกบนพื้นที่สูง ทั้งในด้านการเจริญเติบโต การให้ผลผลิต และการต้านทานต่อศัตรูพืชต่างๆ ก่อนนำไปส่งเสริมให้แก่เกษตรกร ปัจจุบันพันธุ์ผักที่ใช้ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกส่วนใหญ่เป็นพันธุ์การค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งในแต่ละปีมูลนิธิฯ มีค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมากกว่า 7 ล้านบาท และเนื่องจากพันธุ์ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม (hybrid) ที่ผ่านการพัฒนาเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี แต่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้มีข้อจำกัด คือ ราคาแพง และไม่สามารถนำเมล็ดไปปลูกขยายพันธุ์เพื่อผลิตผลสดที่มีคุณภาพดีในรุ่นต่อไปได้

ในช่วงระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ราคาเมล็ดพันธุ์ผักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้นตามด้วย นอกจากนั้นพันธุ์เดิมที่เคยใช้ส่งเสริมมีการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ ทำให้ได้ผลผลิตลดต่ำลง มีความอ่อนแอต่อศัตรูพืชที่มีการระบาดเพิ่มมากขึ้น โดยมีสาเหตุที่สำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาสภาวะโลกร้อน ส่งผลให้สภาพแวดล้อมบนที่สูงในพื้นที่โครงการหลวงเปลี่ยนแปลงไป ดังจะเห็นได้จากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ความแตกต่างของอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ความสามารถในการปรับตัวของพืชลดลง ทำให้พันธุ์ผักที่ใช้ส่งเสริมหลายชนิดเริ่มไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกในบางฤดูกาล

มูลนิธิโครงการหลวงได้เริ่มงานปรับปรุงพันธุ์ผักมาเป็นระยะเวลานานหลายปีที่ผ่านมา โดยให้การสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ผักหลายชนิดที่มีศักยภาพในการผลิต และขยายเมล็ดพันธุ์ในสภาพแวดล้อมบนพื้นที่สูง ทั้งนี้งานวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์ผักได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.ลำปาง กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ผักเพื่อให้เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ปลูกบนพื้นที่สูง ให้ได้ผลผลิตดี ทนต่อโรคและแมลง และมีลักษณะตรงตามความต้องการของตลาด สำหรับนำมาใช้ส่งเสริมให้แก่เกษตรกรปลูกทดแทนการสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ  รวมถึงพัฒนาพันธุ์พืชใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าของมูลนิธิฯ ชนิดผักที่มีการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้แก่  ถั่วแขก ถั่วลันเตาฝักใหญ่ กลุ่มผักสลัด มะเขือเทศเชอรี่ มะเขือเทศโครงการหลวง ฟักทอง และบร็อคโคลี่ (สำหรับผลิตบร็อคโคลี่ต้นอ่อน) ปัจจุบันโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ผักหลายชนิดประสบความสำเร็จ และพร้อมที่จะนำพันธุ์ใหม่มาพัฒนาสู่ขั้นตอนของการผลิตเมล็ดพันธุ์สำหรับนำไปส่งเสริมให้แก่เกษตรกรปลูก  และผักบางชนิดอยู่ระหว่างการวิจัยเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้ตามวัตถุประสงค์ต่อไป

ปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้จัดทำโครงการผลิตและขยายพันธุ์พืชเพื่อต่อยอดผลการวิจัยโดยนำไปสู่การขยายผล ทั้งนี้พันธุ์ผักหลายชนิดที่ผ่านการคัดเลือกได้นำเข้าสู่ระบบการผลิตเพื่อขยายปริมาณเมล็ดพันธุ์สำหรับนำไปใช้ในงานส่งเสริมอย่างแท้จริง ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อมูลนิธิฯ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ และเกษตรกร เนื่องจากช่วยส่งเสริมให้เกิดข้อดีในการดำเนินงานดังนี้

1)      มูลนิธิฯ มีเมล็ดพันธุ์/ท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพดีสำหรับส่งเสริมให้แก่เกษตรกร ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต

2)      ช่วยลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

3)      สร้างรายได้ให้แก่ศูนย์/สถานี และเกษตรกรที่ร่วมโครงการ จากการผลิตเมล็ดพันธุ์จำหน่าย

4)      เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่งานวิจัย จากการนำมาต่อยอดขยายผลไปสู่เกษตรกร

5)      สร้างองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ให้แก่เจ้าหน้าที่ และเกษตรกร

งานพัฒนาและส่งเสริมผักกำหนดเป้าหมายลดการนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ โดยมุ่งพัฒนาพันธุ์ผักเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของโครงการหลวงมาทดแทน ทั้งนี้ได้ร่วมกับหลายศูนย์ฯ/สถานี ดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เป็นผลจากการวิจัยและผ่านการคัดเลือกพันธุ์ดีที่ใช้ในโครงการหลวง โดยมีแผนการผลิตเมล็ดพันธุ์คัด (breeder seeds) เมล็ดพันธุ์หลัก (foundation seeds)  เพื่อนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์จำหน่าย (extension seeds) สำหรับขายให้แก่เกษตรกรที่ผลิตผลสด ปัจจุบันมีแผนการดำเนินงานผลิตเมล็ดพันธุ์ผักจำนวน 6 ชนิด โดยผัก 4 ชนิด ได้แก่ ถั่วแขก ถั่วลันเตาฝักใหญ่ ผักสลัดรวม ผักโขมแดง เป็นการผลิตเพื่อขยายเมล็ดพันธุ์ ส่วนอีก 2 ชนิด คือ ซาโยเต้ (ผลิตต้นปลอดจากโรคไวรัส) และอาร์ติโช๊ค  เป็นการเพิ่มปริมาณของต้นพันธุ์โดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ  มีพื้นที่ดำเนินงานประกอบไปด้วย สถานีเกษตรหลวงปางดะ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ศูนย์พัฒนาฯ ทุ่งหลวง ศูนย์พัฒนาฯ แม่แพะ  ศูนย์พัฒนาฯ ขุนวาง ศูนย์พัฒนาฯ แม่แฮ และศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพทางด้านพืช มูลนิธิโครงการหลวง โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของการใช้เมล็ดพันธุ์ผัก ประกอบด้วย ศูนย์ฯ/สถานีโครงการหลวง โครงการขยายผลโครงการหลวง หน่วยงาน/องค์กรต่างๆ เกษตรกร และผู้ที่สนใจทั่วไป

ถึงแม้ว่าโครงการปรับปรุงและขยายพันธุ์ผักในช่วงเริ่มต้นจะดำเนินงานเฉพาะในบางชนิดพืช และบางศูนย์ฯ/สถานีฯ แต่ทั้งนี้งานพัฒนาและส่งเสริมผักคาดหวังว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานปรับปรุงและขยายพันธุ์ผักของมูลนิธิฯ ให้มีความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้มูลนิธิฯ มีเมล็ดพันธุ์/ท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพดีสำหรับส่งเสริมให้แก่เกษตรกรปลูก ช่วยลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ศูนย์/สถานีและเกษตรกรที่ร่วมโครงการ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่งานวิจัยโดยการนำมาต่อยอดขยายผลไปสู่เกษตรกร และสร้างองค์ความรู้ด้านการปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ให้แก่เจ้าหน้าที่และเกษตรกร นอกจากนี้บุคลากรของมูลนิธิฯ ที่เกี่ยวข้องยังได้รับโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถ และการสร้างเครือข่ายของการปรับปรุงพันธุ์และผลิตเมล็ดพันธุ์ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกโครงการหลวงอีกด้วย