![]() |
||
| จากการที่ได้มีโอกาส สนทนา กับชาวเขา และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลชาวเขา ทำให้ได้รับทราบความเป็นอยู่ หลังจากที่โครงการหลวงได้ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งปัญหาและความต้องการ ของชาวเขาเหล่านั้นในแง่มุมต่าง ๆ ที่จะนำมาหาทางพัฒนาต่อไป | ||
| นายเมือง เผ่าละว้า หัวหน้าหมู่บ้าน บ้านหนองเขียวต. เมืองนะอ. เชียงดาวจ. เชียงใหม่ (อายุ 39ปี) | ![]() |
|
| แต่ก่อนทำนาปลูกข้าว สวนชา ในปี พ.ศ. 2531 โครงการหลวงมาแนะนำ ให้ปลูกเสาวรส ปีหนึ่งมีรายได้ จากการปลูกเสาวรส ปีละ 30,000 บาท นอกจากนี้ยังปลูกดอกแกลดิโอลัส เลี้ยงหมู ไก่ เป็นอาชีพเสริม ฤดูแล้ง มีการทำลินิน ทอผ้า ในหมู่บ้านนี้มี 19 ครอบครัว ส่วนใหญ่ปลูกเสาวรสเหมือนกัน รายได้พอเลี้ยงครอบครัวได้ ประทับใจโครงการหลวงที่ ได้เข้ามาช่วยเหลือ แนะนำ และให้คำปรึกษาในด้านการครองชีพ ปลูกพืชแล้วยังรับซื้อด้วย เงินทุนไม่มีก็สามารถยืมได้ โดยไม่เสียดอกเบี้ย ปัญหา ขณะนี้มีเรื่องการทำบัตรประชาชน กับน้ำใช้ในการเกษตรในฤดูแล้ง | ||
| พ่อหลวง บ้านใหม่ร่มเย็นต. ร่มเย็นจ. พะเยา | ||
| เดิมอยู่บนดอยถูกพวกก่อการร้าย คุกคามทางการจึงจัดสรรที่ดิน ทำกินให้เมื่อปีพ.ศ. 2510 ในเนื้อที่ครอบครัวละ 7 ไร่ 2 งานกรมพัฒนาที่ดินมาปรับที่ ให้สมาชิกในครอบครัวมี 7 คน บุตร 2 คน มีครอบครัวไปแล้ว มูลนิธิโครงการหลวงได้ ให้ความช่วยเหลือแนะนำในการ ที่จะทำมาหากินปัจจุบันปลูก มะม่วง ลิ้นจี่ มีรายได้ประมาณ ปีละ 20,000 บาท ชีวิตความเป็นอยู่ดีกว่าเดิมมาก ไม่อดอยากอีกแล้ว โครงการหลวงเปรียบเสมือน ให้ชีวิตใหม่ หากเป็นไปได้อยากหาพืช ที่จะสามารถให้รายได้เพิ่มขึ้น | ![]() |
|
| นางตอนจันทร์ กิ่งแสง บ้านใหม่ร่มเย็นต. ร่มเย็นจ. พะเยา | ||
| อาชีพเป็นครู มีพี่น้อง 11 คน ย้ายมาจากดอยห้วยแฝก โดยกรมพัฒนาที่ดินให้ อพยพมาอยู่ที่นี่ เนื่องจากถูกผู้ก่อการร้าย คุกคามในเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน กรมพัฒนาที่ดินมาช่วยปรับ พื้นที่ให้ และกรมประชาสงเคราะห์ได้ มาช่วยเหลือด้านสุขอนามัย การเกษตร และการศึกษาแก่เด็ก ในหมู่บ้านเดิมก่อนมาจบป.4 ได้เรียนต่อที่ โรงเรียนเชียงคำวิทยาคม จนจบ ม.ศ. 3 อยากเรียนต่อแต่ครอบครัวยากจน จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ตอนที่เสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมเยียนบ้านใหม่ร่มเย็น จากพระราชเสาวนีย์ ที่ทรงแนะนำ ทำให้มีกำลังใจ ไปสอบเข้าวิทยาลัยครูเชียงใหม่ได้ และได้รับทุนพระราชทานจาก สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ระหว่างปีพ.ศ. 2514-2516 พบจบได้เป็นครูสอนที่ โรงเรียนบ้านใหม่ร่มเย็น | ||
| ราษฎรในหมู่บ้านได้รับความ ช่วยเหลือแนะนำจากโครงการหลวง ในเรื่องวัว เลี้ยงแกะ และปลูกลิ้นจี่ ตลอดจนพืชผักต่าง ๆ นอกจากนั้นยังให้ความรู้เรื่องการตัดเย็บ และปักผ้าด้วย ในปีพ.ศ. 2517-2518 สำนักราชวังได้มีหนังสือมาที่ สปอ. ให้นำชาวบ้าน 10 คน ไปรับเสด็จที่ศูนย์ศิลปชีพ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากแหล่งต่างๆ นำความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าเย็บ และปักผ้า ชาวเขาจากทุกภาคมาแนะนำ ให้ความรู้เพื่อถ่ายทอด และเผยแพร่ การพัฒนาการฝีมือ ปรากฏว่า ชาวบ้านสนใจมาก หากหาทุนให้ และมีตลาดมารองรับก็จะ ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน ชาวบ้านปลูกลิ้นจี่ เป็นหลัก มีรายได้ดีพอสมควร ได้รับการแนะนำจาก โครงการหลวงโดยสม่ำเสมอ | ![]() |
|
| ร.ต.ต. ปาย สวัสดี บ้านใหม่ร่มเย็นต. ร่มเย็นจ.พะเยา | ||
| เป็นต.ช.ด. เข้ามาทำงานอยู่ที่ บ้านใหม่ร่มเย็น ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2510 จนเกษียณอายุ เมื่อปีพ.ศ. 2532 ได้ดำเนินการจัดสรรที่ ทำกินให้ชาวบ้านอพยพครอบครัวละ 7 ไร่ 2 งาน และสร้างบ้าน 1 งาน ชาวบ้านมี 3 พวก คือ ม้ง เย้า และอิสาน มีหน่วยราชการ เข้าไปช่วยเหลือด้านต่าง ๆ หลายหน่วยงานด้วยกัน อาทิ กรมพัฒนาที่ดิน ช่วยเหลือการปรับพื้นที่ กรมประชาสงเคราะห์มา ช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขอนามัย และการศึกษา ส่วนโครงการหลวงเข้ามาช่วยเหลือ แนะนำและเป็นที่ปรึกษาใน เรื่องการทำมาหากิน มีการปลูกลิ้นจี่ ต้นหม่อน เลี้ยงไหม และสัตว์ต่าง ๆ เช่น แพะ แกะ หมู ฯลฯ มีการจัดร้านสหกรณ์ และสร้างโรงเรียนในหมู่ บ้าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนหมู่บ้าน 5 ปีติดต่อกัน แต่ละปีทรงมีพระราชดำริ ให้ช่วยเหลือชาวบ้านด้านต่าง ๆ ทำให้พวกอพยพมีความ เป็นอยู่ดี ขึ้นมีการสร้างเขื่อนเล็ก ๆ มีเครื่องสูบน้ำถ่ายเทน้ำเข้าหมู่บ้าน มีเครื่องสีข้าวโพด เดี๋ยวนี้ ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น รักใคร่ปองดองกันช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ทุกครอบครัวสามารถขายพืชผลไม้หมด มีฐานะปานกลาง | ||
| นายเกียรติพันธ์ กรเวศ เจ้าหน้าที่ กรมพัฒนาที่ดิน ถ้ำเวียงแก จังหวัดน่าน (อายุ 56ปี) | ||
| ทำงานกรมพัฒนาที่ดิน กองจัดสรรที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ภรรยาเป็นคนในพื้นที่ ในปีพ.ศ. 2514 ได้มาตีวงลอกพื้นที่ที่นี่ ในพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ แบ่งเป็น 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านประชาภักดี หมู่บ้านทุ่งรวง และหมู่บ้านแปด จัดสรรที่ดินให้ราษฎร ครอบครัวละ 15 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย 1 ไร่ โครงการหลวงได้เข้ามาแนะนำ การปลูกพืชผล ให้กล้าพันธุ์ลิ้นจี่ ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ส่งเสริมอาชีพ พวกเย็บปักถักร้อย รายได้ครอบครัวมาจาก การทำผ้าไหม ประมาณ ปีละ 4,000 บาท นอกนั้นเป็นรายได้จาก การทำลิ้นจี่ ข้าวโพด ซึ่งขึ้นอยู่กับผลิตผลแต่ละปี เฉลี่ยแล้วมีรายได้ พอเลี้ยงครอบครัว ไม่ถึงขั้นที่ดี ราษฎรใน พื้นที่มีทั้งหมดประมาณ 700 คน 142 หลังคาเรือน นอกจากโครงการหลวงที่มา ช่วยเหลือแล้วยังมีสาธารณสุข และเกษตรอำเภอ มาให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยปัจจุบัน มีปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง อยากมีอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มพูนรายได้ ถ้ามีบ่อน้ำบาดาลให้สวนหม่อน จะทำให้ผลิตต่างๆดีขึ้น | ![]() |
|
| กลับไปหน้าแรก | ประวัติความเป็นมา | การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง
|
| ผลผลิตของมูลนิธิโครงการหลวง | สู่ความสำเร็จ | สถานที่ทำงาน | | แผนภูมิโครงการหลวง | Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited. |