![]() |
|
| ก้าวไปข้างหน้ากับโครงการหลวง | |
| เมื่อเกือบ 30 ปี มาแล้ว หรือ 3 ทศวรรษมาแล้ว โครงการหลวง เกิดขึ้นในบริเวณ ภาคเหนือ เพราะ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรง ไปเที่ยวตามดอย . ตามพระราชดำรัสที่ว่า | |
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
|
|
|
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
|
ความร่วมมือใด ๆ ที่เกิดขึ้น
ในการปฏิบัติงาน ในโครงการหลวง
จึงเป็นเสมือน เป็นการตอบสนอง
พระราชปฏิธาน ที่ต้องการให้
มีความร่วมมือ ช่วยเหลือ
เกื้อกูลกัน ตราบใด
ที่วิสัยทัศน์ ตรงนั้น
ยังแน่วแน่อยู่ ความมุ่งมั่น
ในเรื่องของ การช่วยเหลือ
ชาวบ้าน ให้เกิด ความ ผาสุก
ของประชาชน และความมั่นคง
ของประเทศ ก็คงจะเป็น
ความยึดมั่น ที่ไม่เสื่อมคลาย
ของทิศทาง การปฏิบัติงาน
ของพวกเราชาว โครงการหลวง
เมื่อก่อตั้ง โครงการหลวง กระแส พระราชดำรัส ในครั้งกระนั้น เน้นสภาวะ ของการเป็น โครงการ ส่วนพระองค์ ที่ทรงกำหนด ความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ และ วัตถุประสงค์ ไว้ตลอดจน ผลที่คาด จะได้รับไว้ อย่างครบถ้วน พระราชดำรัส เมื่อปีเริ่มต้นพ.ศ. 2512 มีไว้ว่า |
|
![]() |
|
จากพระราชกระแสดังกล่าว
สามารถกำหนดทิศทาง
เพื่อการปฏิบัติไว้ได้ 5 ประการ
คือ
|
|
| แนวปฏิบัติที่ยึดมาโดยตลอด | |
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรง
มีความห่วงใยในการปฏิบัติงาน
ของโครงการหลวงมาตั้งแต่เริ่มต้น
พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในตอนเริ่มต้น
เป็นส่วนใหญ่
เมื่อพวกเราต้องเดินขึ้นลงดอย
เป็นประจำก็ได้ทรงมีพระเมตตา
ส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วยให้การเดินขึ้นเขา
5-6ชม. ลดลงเหลือเพียง 5 นาที
เมื่อพวกเราขาดแคลนวัสดุ,
พันธุ์พืช, พันธุ์สัตว์,
เครื่องไม้ เครื่องมือ
พระราชวินิจฉัยที่แยบยลก็คือ
การเชิญทูตานุทูตให้ขึ้นไปชม โครงการหลวงโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งที่ดอยอ่างขาง
พวกเราก็ได้มีโอกาสปรึกษากล่าว
ขอวัสดุคุรุภัณฑ์ต่าง ๆ
ได้รับความช่วยเหลือในรูปต่าง
ๆ
ทั้งด้านการเงินตลอดจนผู้เชี่ยวชาญ
เฉพาะด้าน ความช่วยเหลือที่
เป็นกอบเป็นกำจึงได้แก่
รัฐบาลไต้หวันซึ่งให้
ความช่วยเหลือ
โดยเน้นด้านไม้ผลตั้งแต่เริ่ม
โครงการหลวงได้เพียง 2 ปี
คือเมื่อพ.ศ. 2514 จนถึงปัจจุบัน
หน่วยงาน ARS-USDA (Agricultural Reserch Service
United State Department of Agriculture)
ให้ความช่วยเหลือด้านงานวิจัย
ตั้งแต่พ.ศ. 2516 ถึงพ.ศ. 2526
มีโครงการวิจัย 80 กว่าเรื่อง
เป็นเงินถึง 6,356,216 เหรียญสหรัฐฯ
และรัฐบาลไทยเริ่มตั้งงบประมาณ
ช่วยเหลืออย่าง
จริงจังหลังจากโปรดเกล้าฯ
ให้ตั้งเป็นมูลนิธิโครงการหลวง
เมื่อพ.ศ. 2535วิธีปฏิบัติที่ยึดถือมาโดยตลอดก็คือ การเน้นการทำการวิจัยด้านพืช และสัตว์ เพื่อให้ได้เป็นสิ่งทำกินของชาวเขา ดังนั้น ประการที่หนึ่ง วิธีลดขั้นตอน จึงมีความสำคัญอย่างสูงในการ ทำงานร่วมกันกับหลายหน่วยงาน ตามกระแสพระราชดำรัส เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2537 ทำให้การทำงานกระชับและ รวดเร็วขึ้น ตลอดระยะเวลาของโครงการฯ ประการที่สอง วิธีการสร้างการประสานงาน และความร่วมมือ เป็นหัวใจของงานโครงการหลวง ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความร่วมมือ ดังกล่าวแล้ว ด้วยพระบารมีทำให้เกิดความร่วมมือ ประสานงานที่กลายเป็นความดีเด่น ที่สำคัญของโครงการหลวง โครงการต่างที่ ๆ ที่ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน ในพื้นที่ล้วนแต่เป็นงานของ หน่วยราชการที่ปฏิบัติอยู่ทางภาคเหนือ ทั้งสิ้น อาทิ กรมวิชาการเกษตร (ซึ่งตั้งกองพัฒนาเกษตรที่สูง ขึ้นมาตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อประสานงานและปฏิบัติงาน เพื่อโครงการหลวง) กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประชาสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตลอดจนหน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆ อาทิ ตำรวจชายแดน กรมทางหลวง สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กรมการปกครอง กรมพัฒนาชุมชน ฯลฯ ในปัจจุบันหน่วยงานหลัก ดังกล่าวก็สามารถตั้งงบประมาณ เพื่อปฏิบัติงานช่วยเหลือโครงการหลวง ได้
หน่วยงานหลักบนที่สูงเหล่านี้
จะ เป็นผู้ถ่ายโอนงานพัฒนา
ที่สูงตามหมู่บ้านต่าง ๆ
ไปจากโครงการหลวงในที่สุด
ประการที่สาม
วิธีสร้างการกำหนดทางเลือก
ในส่วนของการกำจัดการปลูกฝิ่น
ม.จ. ภีศเดช รัชนี
องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง
ทรงเน้นตลอดเวลาถึงพระราชดำริ
ว่าการเข้าทำลายไร่ฝิ่นใน เขต
โครงการหลวงนั้นขอเวลา
ให้ได้มีการวิจัย 1-2 ปี
เพื่อมีทางเลือกให้แก่
ชาวเขาว่าควรจะปลูกพืชอื่นใด
ทดแทน
ก่อนจะเริ่มเข้มงวดในการกำจัดไร่ฝิ่น
ข้อปฏิบัติดังกล่าวได้รับการ
ปฏิบัติค่อนข้างเคร่งครัด
ด้วยวิธีนี้
ชาวเขาจึงมีความสวามิภักดิ์
ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และต่อแผ่นดินไทย
ประการที่สี่ที่เป็นวิธีปฏิบัติที่เรา
เน้นก็คือ
วิธีการบุกเบิกทดสอบสิ่งใหม่ ๆ
เพื่อให้ได้มาซึ่งความก้าวหน้า
และความเหมาะสม ในพื้นที่นั้น
ๆ ในการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ และการมีชีวิตอยู่ในบริเวณต้นน้ำลำธาร
ประการที่ห้า ก็คือ
วิธีการสร้างจิตสำนึกของชาวเขา
เมื่องานด้านวิชาการด้านไม้ผล
ผักและไม้ดอก
ดำเนินไปด้วยดีงานที่ตามมาก็คือ
การสร้างจิตสำนึกว่าพื้นที่
ที่บุคคลเหล่านี้
อาศัยอยู่นั้นเป็นเขต
ต้นน้ำลำธาร
การที่ร่วมอยู่ในโครงการหลวง
ทำให้สามารถอยู่ในเขตนั้น ๆ
ได้
ดังนั้นจึงควรมีจิตสำนึกต่อการ
อนุรักษ์และดูแลรักษาพื้นที่นั้น
ๆ ตลอดจนพื้นที่ป่าดังกล่าว
จนสามารถเป็นผู้พิทักษ์รักษาป่า
ต้นน้ำลำธารได้ในที่สุด |
|
ความสำเร็จในอดีตจึง เป็นลู่ทางของวิธีปฏิบัต ิต่อไปในอนาคต การก้าวไปข้างหน้าของโครงการหลวง นั้นมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง เมื่อโปรดเกล้าฯ ให้เป็นมูลนิธิโครงการหลวง และรัฐบาลได้กำหนดงบประมาณ มาเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของโครงการหลวง สิ่งที่พึงปฏิบัติและสร้างฐาน ให้มั่นคงในฐานะมูลนิธิโครงการหลวงก็คือ
โครงการหลวงมีความสำนึก ในหน้าที่ดังกล่าวจึงเสาะหาลู่ทาง ในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และความพอดีในการใช้พื้นที่เหล่านั้น โดยจะใช้ข้อกำหนดหลักดังต่อไปนี้
การกำหนดตัวแบบของหมู่บ้าน ประกอบด้วยกระบวนการดังต่อไปนี้
1*รายงานฉบับสมบูรณ์ของ โครงการพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจ ในชนบทของสภาวิจัยแห่งชาติ จัดทำโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีฯ (พ.ศ. 2529-2536)วท. 2538
โครงการหลวง ดำเนินการผลิต ร่วมกับชาวเขาในด้านไม้ผล ไม้ดอก และผัก มาโดยตลอด ทั้งนี้รวมทั้งการคัดบรรจุ และการขนส่งไปสู่ตลาด งานเหล่านี้ต้องการคนที่ มีความสามารถทางวิชาการและ การติดต่อกับชาวบ้านมาก เพราะจะต้องปฏิบัติร่วมกับ ชาวเขาตลอดเวลา เพื่อให้ได้ผลผลิตตามต้องการทั้ง คุณภาพและปริมาณ ผู้ปฏิบัติงานตรงนี้มีความสำคัญมาก ต่อความสำเร็จของโครงการหลวง
3*ถอดความบางตอนจาก รายงาน ของบริษัทที่ปรึกษา McKinsey + Co. 1995
งานการตลาด เป็นสิ่งหนึ่งที่ โครงการหลวงจำเป็นจะต้องทำ หลังจากการส่งเสริมให้เกิด การผลิตขึ้นในโครงการหลวงในแง่ของการขาย โครงการหลวงจะต้องมองว่า กิจกรรมดังกล่าวนั้นภาคเอกชน เหมาะที่สุดที่จะเป็นผู้ทำ เพียงแต่โครงการหลวงจำเป็น จะต้องให้ ความสำคัญใน การติดตามงาน และดูแลในแง่ของการตรวจสอบราคา และจะเข้าแทรกแซงราคาเมื่อ มีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ในแง่ของโครงการหลวงอาจจำเป็นที่ จะต้องไปส่งเสริมในบริเวณที่ห่างไกล รวมทั้งการดัดแปลง และปรับปรุงงานด้านหลังเก็บเกี่ยว ให้ดีกว่าเดิมอีกประการหนึ่งที่จำเป็นก็ คือการวิเคราะห์ตลาด และสร้างงานตลาด ให้เป็นงานขายส่งสำหรับโครงการหลวง โดยให้เป็นงานของเอกชนให้มากที่สุด ในที่สุดสิ่งที่สมควรเน้นให้มากคือ ความมั่นคงของการผลิตทั้งใน แง่คุณภาพและปริมาณ ทั้งนี้เพื่อให้ สามารถตอบสนอง ตลาดได้ตามความต้องการทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาว และในที่สุดการผลิตทั้งปริมาณ และคุณภาพสมควรเป็นไป ตามความต้องการของตลาด และควรมีความสามารถใน การ วางแผนระยะยาวในการผลิตได้ล่วงหน้า
4*ถอดความบางตอน จากรายงานของบริษัทที่ปรึกษา
McKinsey + Co. 1995 |
|
|
| กลับไปหน้าแรก |ประวัติความเป็นมา | การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง | | ผลผลิตของมูลนิธิโครงการหลวง | สู่ความสำเร็จ | สถานที่ทำงาน | | แผนภูมิโครงการหลวง | Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited. |