ความช่วยเหลือจากประเทศสาธารัฐจีน (ไต้หวัน)  
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 รัฐบาลไต้หวันส่งไม้ผลหลายชนิดมาให้โครงการฯ ทดลองปลูก และได้แจกจ่ายไปยังหมู่บ้านต่างๆ Mr. Sung Chiang เดินทางมาดูบริเวณต่างๆ ทางภาคเหนือด้วยตนเอง เพื่อเก็บข้อมูล รายละเอียดให้มากขี้น และได้เสนอ ความคิดเห็นในการปรับปรุงงานหลายเรื่องด้วยกัน พันธุ์พืชต่างๆ ที่รัฐบาลไต้หวันส่งมานั้น มีเป้าหมายว่า ถ้าชนิดใดมีการเจริญเติบโตดี และถ้ารัฐบาลไทยต้องการจะขยายพื้นที่ปลูก ทางไต้หวันจะส่งผู้เชี่ยวชาญมาทำงานในเมืองไทย เพื่อที่จะพัฒนาถ่ายทอดเทคนิค และประสบการณ์การพัฒนาการเกษตรบนภูเขา และพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวเขาด้วย
 
ในปี พ.ศ. 2515 หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี และเจ้าหน้าที่โครงการเกษตรที่สูงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางไปดูงานกิจการทางการเกษตรที่สถานี ฟู ซู ซาน ไต้หวัน และในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2515 นั้น รัฐบาลไต้หวันเสนอแนะการให้ความช่วยเหลือแก่โครงการฯ ซึ่งต่อมาได้ดำเนินการไปตามแผนที่เสนอแนะนั้น
 
 
เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2516 ได้มีการประชุมตกลงกัน โดยโครงการฯ มอบให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ประสานงานโครงการความช่วยเหลือของรัฐบาลไต้หวัน โดยมีช่วงเวลาโครงการ 4 ปี คือ ตั้งแต่กรกฎาคม พ.ศ. 2516 ถึงมิถุนายน พ.ศ. 2520 ซึ่งมีแผนงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ การขยายพันธุ์ (propagation), การสาธิต (demonstration), การส่งเสริม (extension) ดังนั้น ในระยะเริ่มแรกที่ จะต้องทำ คือ เริ่มขั้นตอนการขยายพันธุ์ซึ่งจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไต้หวันที่ส่งมา และช่วยเหลือในด้านพันธุ์พืช เครื่องมือทางการเกษตร และให้คำปรึกษาในการ จัดตั้งสถานีทดลองด้วย ต่อมาเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริ ให้ปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาด้วย จึงได้เพิ่มงานปศุสัตว์อีกอย่างหนึ่ง ผลที่ได้รับจากโครงการในระยะแรกนี้ คือ

ตั้งศูนย์สาธิต การปลูกผักในพื้นที่ใกล้ดอยปุย และมีแปลงสาธิตในใกล้ๆ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

ตั้งสวนสาธิต และแปลงรวบรวมพันธุ์ไม้ ที่ได้รับความช่วยเหลือ ที่พื้นที่ดอยอ่างขาง

ทำระบบ การให้น้ำ และสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่
 
ปี พ.ศ. 2517 ไต้หวัน ได้ขอสร้าง เก๋งจีน ขึ้นที่สวนสองแสน สถานีวิจัยดอยปุย เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้งบประมาณจากรัฐบาลไต้หวัน เป็นเงิน 1 ล้านเหรียญไต้หวัน และสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2519

ช่วงปี พ.ศ. 2520 นั้นความช่วยเหลือจากรัฐบาลไต้หวันกำลังจะสิ้นสุดลงนั้น ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2520 ม.จ. ภีศเดช รัชนี ได้เสด็จไปยังไต้หวันเป็นครั้งที่ 2 และทรงเจรจาในข้อตกลงเกี่ยวกับการที่ไต้หวันจะให้ความช่วยเหลือแก่โครงการฯ ต่อไปเป็นระยะที่ 2 อีก 4 ปี คือ ตั้งแต่กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ถึงมิถุนายนพ.ศ. 2524 ในระยะที่ 2 นี้มีการดำเนินงานต่อเนื่องกันตลอด รัฐบาลไต้หวันได้จัดสรร งบประมาณก่อสร้างสโมสร “เตอะ หลิน” จำนวน 1 หลังที่สถานี เกษตรหลวงอ่างขาง เพื่อเป็นสถานที่รับรองแขกผู้ไปเยือน และสถานที่พักผ่อนของเจ้าหน้าที่สถานี ได้ทำพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายสโมสรแห่งนี้แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523

ก่อนที่โครงการระยะที่ 2 จะสิ้นสุดลง ม.จ. ภีศเดช ได้ทรงปรึกษากับ สำนักงานฟาร์อีส เทรดแห่งไต้หวัน ประสงค์จะให้รัฐบาลไต้หวันสนับสนุน โครงการฯ ต่อไปอีก และได้รับอนุมัติให้ความช่วยเหลือต่อไปอีกเป็นระยะที่ 3 (พ.ศ. 2524-2528) การดำเนินงานจึงดำเนินต่อเนื่องกันไป ในระยะนี้มีโครงการใหม่เกิดขึ้น คือ โครงการผัก โครงการป่าไม้ โครงการพัฒนาหมู่บ้าน โดยยังคงให้การสนับสนุน และช่วยเหลือด้านงบประมาณ และส่งผู้เชี่ยวชาญของแต่ละโครงการมาให้คำแนะนำเช่นเดิม

เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 ผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน พลเอกเจิ้น หุย เหยวนได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสว่าให้รัฐบาลไต้หวัน พิจารณาให้ความช่วยเหลือโครงการในระยะที่ 4 ต่อไปอีก ซึ่งก็ได้รับการสนองตอบเหมือนเช่นเคย รัฐบาลไต้หวันได้ร่วมแรงร่วมใจน้อมเกล้าฯ ถวายการปฏิบัติงานโครงการฯ ด้วยความมานะอดทนของผู้เชี่ยวชาญชาวไต้หวันมาด้วยดี ตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน
 


| กลับไปหน้าแรก | ประวัติความเป็นมา | การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง |
|
ผลผลิตของมูลนิธิโครงการหลวง | สู่ความสำเร็จ | สถานที่ทำงาน |
|
แผนภูมิโครงการหลวง |

Copyright 1996 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.