สามารถรับประทานสดได้ เพราะมีรสหวาน และความหอมที่แตกต่างจากแครอทตามท้องตลาดทั่วไปมาก สามารถนำมาทำน้ำแครอทรับประทานเพื่อสุขภาพ และประกอบอาหารได้ทั้งประเภทผัด ต้ม ยำ ลวก และตกแต่งในจานสลัด สเต็ก เป็นต้น ผลผลิตมีตลอดทั้งปีแต่จะมีมากในช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว

 

ลักษณะทั่วไป

    บริโภคส่วนรากที่สะสมอาหาร ลักษณะเหมือนแครอท แต่มีขนาดเล็กกว่า ผิวสีส้ม เนื้อแน่น กรอบ

 

คุณค่าทางอาหาร

  อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอสูงมาก ป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยรักษาสายตาและโรคผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี ช่วยทำให้ร่างกายมีภูมิต่อต้านโรคหวัด

 

การเลือกซื้อ และประกอบอาหาร

  นิยมรับประทานสดทั้งหัว จิ้มน้ำสลัด หรือนำมาประกอบอาหารชนิดอื่น ๆ เช่น ต้มซุป สตู ผัดเนยเคียงอาหารจานหลัก ใส่แกงจืด ฯลฯ ช่วยเพิ่มสีสรรในจานอาหาร